เดินเข้าไปในโรงงานตัดเย็บแห่งไหนในกรุงเทพฯ ก็จะเห็นผ้ากลุ่มเดิมๆ ไม่กี่กลุ่มบนโต๊ะตัด แต่ละชนิดมีเหตุผลที่ถูกเลือก ไม่ว่าจะเป็นราคา ความสบาย ความง่ายในการเย็บ หรือการรับสี การรู้จุดเด่นของแต่ละชนิดช่วยให้เลือกได้เร็วขึ้น และลดความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูง
1. ผ้าฝ้าย
ผ้าที่ใช้ได้ทุกงาน ระบายอากาศดี ดูดซับเหงื่อ ตัดเย็บง่าย และลูกค้าไว้ใจ ใช้ทำเสื้อเชิ้ต เสื้อผ้าเด็ก เดรสลำลอง และสินค้าพิมพ์ลายพื้นฐาน ควรระวังเรื่องการหดตัว สอบถามว่าผ้าผ่านการกันหดแล้วหรือยัง หรือทดลองซักตัวอย่างก่อน
2. ผ้าวิสโคส (เรยอน)
วิสโคสเป็นเส้นใยจากพืช ทิ้งตัวพลิ้ว สัมผัสเย็น และรับสีพิมพ์ได้สดสวย จึงครองตลาดเดรส เบลาส์ และกระโปรงพิมพ์ลาย ผ้าอาจลื่นตอนตัดและหดตัวได้ถ้าซักน้ำร้อน ช่างตัดจึงมักต้องระวังเป็นพิเศษ
3. ผ้าโพลีเอสเตอร์
โพลีเอสเตอร์แข็งแรง สีไม่ซีดง่าย ไม่ค่อยยับ และมักราคาประหยัด นิยมใช้กับผ้าพิมพ์แฟชั่น ชุดราตรี และเสื้อผ้าที่ต้องการคงรูป แต่ไม่ดูดซับเหงื่อ ในอากาศร้อนจึงเหมาะกับแบบหลวมๆ หรือแบบที่ผสมฝ้าย
4. ผ้าโพลีผสมฝ้าย
การผสมโพลีเอสเตอร์กับฝ้ายให้ความสบายแบบฝ้าย แต่ยับน้อยลง หดตัวน้อยลง และทนทานขึ้น เป็นผ้าหลักสำหรับเสื้อเชิ้ต ชุดยูนิฟอร์ม และชุดทำงานที่ต้องซักบ่อย
5. ผ้ายืด
การเติมสแปนเด็กซ์ (อีลาสเทน) เล็กน้อยทำให้ผ้ายืดและคืนตัวได้ ใช้ทำเดรสเข้ารูป เลกกิ้ง และชุดออกกำลังกาย ต้องใช้เข็มสำหรับผ้ายืดและฝีเข็มที่เหมาะสม ควรตรวจสอบว่าโรงงานพร้อมสำหรับผ้าชนิดนี้
6. ผ้าลินินและลินินผสม
ลินินคือตัวเลือกพรีเมียมสำหรับหน้าร้อน เย็นสบาย มีเท็กซ์เจอร์ และนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับชุดรีสอร์ท การผสมกับฝ้ายทำให้นุ่มขึ้นและดูแลง่ายขึ้น
เลือกอย่างไร
- เริ่มจากลูกค้าปลายทาง ใครใส่ ใส่ที่ไหน และซักบ่อยแค่ไหน
- ตัดสินใจเรื่องลุค ต้องการผ้าอยู่ทรง หรือนุ่มพลิ้ว
- ดูส่วนประกอบของผ้าทุกครั้ง เพราะชื่อทางการค้าอาจทำให้เข้าใจผิด
- สั่งตัวอย่างหรือผ้าจำนวนน้อยมาทดลองตัด เย็บ และซัก ก่อนผลิตจริง
แคตตาล็อกของเรามีผ้าครบทุกกลุ่มข้างต้น และทีมงานพร้อมแนะนำผ้าที่เหมาะกับสินค้าของคุณ
ผ้าที่เกี่ยวข้องจาก Cassia Fashion
มีคำถามเรื่องผ้า?
ส่งข้อความหาทีมงานทาง LINE เราตอบได้ทุกเรื่อง
